เปรียบเทียบประกันชั้น 2 พลัสกับประกันชั้น 2

ประกันชั้น 2 พลัสกับประกันชั้น 2 ธรรมดาแตกต่างกันยังไง สิ่งที่เราต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มเพื่อความคุ้มครองที่มากกว่าเดิมนั้นคุ้มไหม วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างประกัน 2 ชั้นนี้กันค่ะ

  1. สิ่งที่ประกันทั้ง 2 แบบมีเหมือนกันคือ 
  • การคุ้มครองรถยนต์สูญหายและกรณีรถยนต์ไฟไหม้ โดยบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายสูงสุดไม่เกิน 200,000 ทั้งสองกรณี
  • การคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอกที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2.5 ล้านบาทต่อครั้ง
  • การคุ้มครองความรับผิดต่อการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคลภายนอกที่เกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ใช้ ทั้งที่เสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคน และสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง 
  • การคุ้มครองเพิ่มเติมแนบท้ายในส่วนของค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ทั้งค่าบริการ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่นๆ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน
  • การคุ้มครองเพิ่มเติมแนบท้ายการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต การสูญเสียมือเท้า สายตา ถาวรสิ้นเชิงและการทุพพลภาพถาวร โดยจำนวนเงินจำกัดความรับผิดสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน
  • การคุ้มครองเพิ่มเติมแนบท้ายการประกันตัวผู้ขับขี่ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ยินยอมให้บริษัทประกันตัว ในกรณีรถยนต์ที่ทำประกันเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และถูกตำรวจควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี โดยจำนวนเงินจำกัดความรับผิดสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ต่อครั้ง
  1. สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในประกันชั้น 2 พลัส คือ
  • การคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ เฉพาะการชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น โดยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง
  • บริการรถยก 24 ชั่วโมง (เนื่องจากอุบัติเหตุ) ซึ่งจะจ่ายค่าดูแลรถยนต์ ค่าขนย้ายจนกว่าจะซ่อมแซม หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซ่อมค่ะ
  • กาคุ้มครองรถยนต์ที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งกรณีรถยนต์เสียหายจากภัยน้ำท่วม ทางบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อครั้ง

เบื้องต้นจะเห็นได้ว่าประกันชั้น 2 คุ้มครองเพียงแค่กรณีรถยนต์หาย รถยนต์ไฟไหม้ คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอกเท่านั้น แม้จะมีการคุ้มครองเพิ่มเติมแนบท้ายแต่ก็ไม่ได้มีความครอบคลุมอะไรมากนัก ในขณะที่ประกันชั้น 2 พลัสจะเพิ่มการคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่เกิดจากอุบัติเหตุระหว่างรถยนต์ชนกันเข้ามา รวมถึงความเสียหายของรถยนต์ที่เกิดจากน้ำท่วมด้วยค่ะ หากเพื่อนๆ ต้องขับรถเป็นประจำอยู่แล้ว และพื้นที่ที่ขับเป็นประจำก็มีรถยนต์หนาแน่น ประกันชั้น 2 พลัสก็น่าจะคุ้มค่ากว่าค่ะ

การทำงานของ โปรแกรมระบบ crm

โปรแกรมลูกค้าสัมพันธ์ crm หรือ Customer Relationship Management เป็นโปรแกรมที่จะช่วยในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ในการจัดการบริหารงานในองค์กร รวมทั้งงการเก็บข้อมูลของลูกค้า พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้าที่มีต่อสินค้าของเรา และนำข้อมูลที่ได้จาก โปรแกรมระบบ crm เหล่านั้น นำมาวิเคราะห์เพื่อหากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการสร้างผลกำไร และการจัดการปัญหาต่างๆ

ซึ่งกระบวนการทำงานของโปรแกรม CRM ก็มีด้วยกันอยู่ 4 อย่างต่อไปนี้

Identify เป็นการเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ชื่อนามสกุล รวมถึงที่อยู่สำหรับการติดต่อ

Differentiate คือการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของลูกค้าของแต่ละคน ที่เข้ามาใช้บริการกับสินค้าของเรา เช่นการซื้อของแต่ละครั้ง ซื้อจำนวนเท่าไหร่ มาซื้อเวลาไหน ของที่ชอบซื้อมากที่สุด และมีการกลับมาซื้อมากน้อยแค่ไหน

Interact เป็นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้ลุกค้ามีความพึงพอใจกับสินค้า และบริการของเรา เพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเราไปนานที่สุด เป็นการรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้นั่นเอง

Customize เป็นการจัดหาสินค้าแต่ละชนิด แต่ละประเภท ให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของคนแต่ละคน เพื่อเป็นการสร้างยอดขายนั่นเอง

ทั้ง  อย่างเป็นกระบวนการทำงานของ โปรแกรมระบบ crm ทุกโปรแกรม จะมีกระบวนการหลักเหมือนกันทั้งหมด และในปัจจุบันก็มีโปรแกรมลูกค้าสัมพันธ์ ให้เราได้เลือกใช้หลายโปรแกรม ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ว่าอยากจะใช้แบบไหนบ้าง ต้องการรายละเอียดอะไรในโปรแกรมบ้าง แต่วัตถุประสงค์หลักของทุกโปรแกรม จะเหมือนกันทั้งหมด ในการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

ข้อดีของการใช้โปรแกรม CRM ในการบริการงานในองค์กร ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดอแกอย่างหนึ่ง ที่จะช่วยให้การทำงานง่ายมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปรแกรมนี้ไม่ได้จำเป็นเฉพาะงานขายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ฝ่ายอื่นๆ ภายในบริษัทก็ยังได้ประโยชน์ด้วย เพราะข้อมูลทุกอย่าง ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงกันได้หมด เป็นการทำงานร่วมกันอย่างมีระเบียบแบบแผน

และเมื่อการทำงานของทุกฝ่ายภายในบริษัท มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยอดขายกำไรต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การแก่ปัญหาต่างๆ ภายในองค์กรก็จะทำได้ง่ายมากขึ้น หรือแม้แต่การจัดการกับลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ก็ง่ายกว่าเดิม โดยที่เราไม่ต้องมาคิดหรือว่าบริหารเองเลย โปรแกรมระบบ crm สามารถจัดการให้ได้ทุกอย่าง

และอีกอย่างหนึ่งที่โปรแกรมสามารถทำได้ก็คือ สามารถคำนวนถึงยอดขายต่างๆ สามารถสรุปออกมาเป็นข้อมูลให้ทราบได้เลย ว่าปีนี้หรือเดือนนี้ มียอดขายเท่าไหร่ ต่างจากเดือนที่แล้ว หรือปีที่แล้วเท่าไหร่ ได้กำไรหรือว่าขาดทุน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ มาปรับใช้ปละหากลยุทธ์ใหม่ ในการสร้างกำไรที่มากกว่าเดิม

สำหรับโปรแกรมระบบ crm นั้น ไม่ได้จำเป็นเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ที่มียอดขายมากๆ หรือมีสินค้าเยอะๆอย่างเดียวเท่านั้น แม้แต่องค์กรขนาดเล็กเองก็ตาม ก็จำเป็นเช่นกัน เพราะจะช่วยให้การทำงานในองค์กรเป็นระบบมากขึ้น

รวมถึงการทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ยอดขายจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกกระบวนการทำงานของทุกฝ่าย สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะเป็นบริษัทที่เล็ก มีสินค้าไม่กี่อย่างก็ตาม แต่ถ้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ ก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน

เลือกซื้อยางรถยนต์อย่างไร ให้คุ้มค่ามากที่สุด

ยางรถยนต์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ และคนที่ขับรถก็จำเป้นต้องงดูและรักษายางของรถตัวเองให้ดี ให้คุ้มค่ากับการใช้งานที่สุด เพราะถ้ายางมีส่วนชำรุด หรือว่าผิดปรกติอะไรก็ตาม อาจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอันตรายบนท้องถนนได้ เรื่องของยาง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมองข้าม และเมื่อถึงคราวที่ต้องเปลี่ยนยาง ก็ต้องเปลี่ยนตามกำหนดเวลา

แต่ก่อนที่เราจะซื้อยางรถยนต์ ทั้งที สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงก็คือ เราจะเลือกยางอย่างไร ให้คุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด เพราะไม่ใช่ว่าเราจะเลือกเอายางรถแบบไหนก็ได้ ในการใช้งาน เพราะยางรถบางชนิด ก็ไม่สามารถบรรทุกของหนักได้ ทำได้เพียงแค่การนั่งโดยสารอย่างเดียวเท่านั้น สำหรับวิธีการเลือกยางให้คุ้มค่า ก็มีหลักการพิจารณาดังต่อไปนี้

-ตรงกับการใช้งาน หากรถเราเน้นการบรรทุก ยางที่เราเลือกก็ต้องเป็นยางที่เหมาะกับงานบรรทุก สามารถรับน้ำหนักได้มากๆ และต้องเป็นยางที่มีความทนทาน แข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการบรรทุกบนท้องถนน รถเก๋งก็ต้องเลือกยางที่เหมาะกับรถเก๋ง รถบรรทุก รถโดยสารเป็นต้น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้งงานมากที่สุด

-ดูปีที่ผลิตด้วย ถ้าเป็นร้านซื้อยางรถยนต์ ที่มีชื่อเสียงดัง ก็ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ในเรื่องของการเอายางมาขาย แต่ถ้าเป็นร้านที่เราไม่มัน่ใจ หรือเป็นร้านที่ขายยางมือสอง ยางเปอร์เซ็นต์ ก่อนที่เราจะเปลี่ยนยางให้กับรถของเรา ก็อย่าลืมดูปีที่ผลิตยางด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ยางใหม่ ไม่ใช่ยางเก่า พวกร้านขายยางมือสอง มักจะมีเหตุการณ์แบบนี้เสมอ คือเอายางเก่ามาขายให้กับลูกค้า แล้วคนซื้อเองก็ดูไม่เป็น ทำให้ได้ของไม่ดีไปใช้แทน

-เปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 4 ล้อ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด เวลาที่เราเปลี่ยนยาง ก็ควรเลือกเปลี่ยนทั้ง 4 เส้นเลย เพื่อให้การใช้งานสมดุลที่สุด เพราะถ้าเปลี่ยนที่ละเส้น โดยรอให้ยางแต่ละเส้นมันเสื่อมก่อน บางทีมันอาจจะไม่เหมาะก็ได้ เพราะอาจจะเกิดเสียงรบกวน หรือไม่ก็ไม่นิ่มมากพอ และการซื้อยางรถยนต์ ทีเดียว ก็คุ้มกว่าการเปลี่ยนทีละล้อเยอะ

-ร้านมีมาตรฐาน คนที่ชอบเปลี่ยนยางงมือหนึ่งอยู่แล้ว ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ลายคนที่ต้องการอยากจะประหยัดเงิน เลยเลือกเปลี่ยนยางมือสอง ถ้าดูไม่ดีเราก็มีสิทธิ์ที่จะโดนหลอกได้เลย เช่นหากเราดูไม่เป็ฯว่าดอกยางเหลือเท่าไหร่ เช็คสภาพยางเองไม่เป็น แนะนำว่า ถ้าหากอยากจะเปลี่ยนยางมือสองล่ะก็ ให้พาคนที่เขาสามารถดูสภาพยางได้ มาด้วยจะดีที่สุด จะได้เลือกยางที่เหมาะสม และสภาพยังดีอยู่ให้กับเราได้

หากเราเลือกซื้อยางรถยนต์ ตามวิธีการข้างต้น ก็มั่นใจได้เลยว่ายางรถที่เราเปลี่ยนมา เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด และการใช้งานก็จะได้ประโยชน์ดีด้วย เพราะเราเลือกยางที่เหมาะกับสภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันของเรามา

ข้อดีของการเลือกใช้โปรแกรมเทรด forex กับโบรกเกอร์ ATFX

ATFX เป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือ และ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากนักลงทุนทั่วโลก ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยทางการเงิน และ การบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหลากหลายเชื้อชาติ ที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลกได้ ทำให้ ATFX เป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนทั่วโลก โดย ATFX ใช้โปรแกรม MT 4 หรือ Metatrader 4 เป็นโปรแกรมสำหรับเทรด forex และ CFD(s) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ผสมผสานเครื่องมือการเทรดสำหรับนักเทรดทุกระดับประสบการณ์ ได้อย่างลงตัว ซึ่งได้แก่ อินดิเคเตอร์, expert advisors (EAs), และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อคุณเลือกใช้งาน MT4 ของ ATFX คุณไม่เพียงแค่จะสามารถปรับค่าอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคและ EA ของคุณได้เท่านั้น แต่คุณยังจะสามารถเลือกที่จะทำการเทรดซื้อขายได้หลากหลายชนิดอีกด้วย เช่น ฟอเร็กซ์ CFDs ของเงินดิจิตอล โลหะมีค่า และน้ำมันดิบ

โดยข้อดีของการเลือกใช้โปรแกรมเทรด forex กับโบรกเกอร์ ATFX มีดังนี้

  1. อินดิเคเตอร์ที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ

MT4 มีอินดิเคเตอร์ที่สามารถใช้งานและปรับเปลี่ยนค่าให้ตรงกับสไตล์การเทรดของคุณได้อย่างง่ายดาย ปรับเปลี่ยนไลบรารี่ สคริป และ EAs เพื่อทำการเทรดให้ง่ายยิ่งขึ้น

  • เครื่องมือกราฟที่ทันสมัย

MT4 มีเครื่องมือวิเคราะห์กราฟ 31 แบบ และอินดิเคเตอร์ 30 ตัว ตั้งค่าพารามิเตอร์และรูปแบบการแสดงผลสำหรับอินดิเคเตอร์และกราฟแต่ละประเภทได้ตามที่คุณต้องการ

  • กระจายความเสี่ยงในการซื้อขาย

วิธีการจัดการความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือการกระจายความเสี่ยง ด้วย MT4 ของ ATFX คุณจะสามารถเลือกตราสารสำหรับการซื้อขายได้หลากหลายชนิดเพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุนของคุณได้

  • ทำการซื้อขายแบบอัตโนมัติด้วย Expert Advisors (EAs)

หาโอกาสจากตลาดได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องเฝ้าติดตามตลาดอยู่ตลอดเวลา ทำกลยุทธ์การเทรดให้เป็นแบบอัตโนมัติด้วย MT4 EAs

  • สเปรดที่ยอดเยี่ยม

ใช้ประโยชน์จากสเปรดที่ยอดเยี่ยมของ ATFX สำหรับการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD ทั้งหมด ด้วยโปรแกรม MT 4 ของ ATFX คุณจะสามารถเทรดบนสเปรดเหมือนกับผู้อื่น ไม่ว่าคุณจะมีปริมาณการซื้อขายหรือมีกลยุทธ์แบบใดก็ตาม

  • เลเวอเรจที่เน้นไปที่นักลงทุนเป็นหลัก

ด้วยเลเวอเรจเริ่มต้น 1:100 และเลเวอเรจสูงสุด 1:200 ATFX จะช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องตกอยู่ในสภาวะความเสี่ยงสูง ปริมาณการซื้อขายสามารถเริ่มต้นได้เพียงแค่ 0.01 lot หากคุณสนใจลงทุนเทรด forex กับ ATFX สามารถเปิดบัญชีทอดลองเพื่อศึกษาระบบ และ ตลาดได้ก่อน โดยมีเครดิตเงินให้ถึง 100,000 $ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ และ ดาวน์โหลดโปรแกรมเทรด forex ได้ที่ https://www.atfx.com/gm/th/mt4-for-windows/

การขนส่งสินค้าในปัจจุบันมีกี่แบบ

การขนส่งสินค้าในปัจจุบัน มีความสำคัญกับธุรกิจแทบทุกประเภท บริษัททุกบริษัทจะเติบโตขึ้นได้ สินค้าทุกอย่าง จะต้องได้รับความนิยมจากลูกค้า และต้องถูกส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราจึงเห็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่งมากมายในปัจจุบัน ทั้งของคนไทยเอง และของต่างชาติ ต่างแข่งขันกันอย่างหนัก เพื่อให้ได้รับความนิยมมากที่สุด

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีต่างๆ มีความทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม การส่งของ ก็มีทางเลือกเยอะมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับธุรกิจแต่ละชนิด สามารถที่จะเลือกประเภทการขนส่ง และกำหนดราคาในการขนส่งได้เลย ว่าจะใช้การขนส่งแบบไหน ให้คุ้มค่ากับธุรกิจของเรามากที่สุด ปัจจุบันก็มีการขนส่งหลักดังต่อไปนี้

-การขนส่งทางน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ สามารถที่จะขนส่งครั้งละมากๆได้ ไม่ว่าสินค้าจะมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ หรือมีน้ำหนักมากแค่ไหนก็ตาม เพราะการส่งของ ทางน้ำนั้น จะใช้เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ได้เป็นพันเป็นหมื่นตู้

ข้อดีของการขนส่งทางน้ำ ก็คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า เมื่อเทียบกับการขนส่งแบบอื่นๆ และสามารถขนส่งได้ครั้งละมาก สินค้ามีความปลอดภัย

ข้อเสียของการขนส่งทางน้ำ ก็คือ มีความล่าช้าเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบอื่น และอาจจะเสี่ยงบ้างในกรณีที่มีพายุ มีมรสุม ก็อาจจะทำให้การขนส่งสินค้าล่าใช้มากกว่าเดิม

-การขนส่งทางอากาศ หรือว่าทางเครื่องบิน เป็นการขนส่งที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะมีความรวดเร็วกว่า เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง สินค้าก็สามารถกระจายไปทั่วโลกได้ทันที เหมาะกับการขนส่งที่มีระยะทางไกลๆ และต้องการประหยัดเวลามากที่สุด สามารถส่งของ ทั้งของที่มีน้ำหนักมาก และของที่มีน้ำหนักน้อย เพราะใช้เครื่องบินขนส่งสินค้าขนาดใหญ่

ข้อดีของการขนส่งทางอากาศ ประหยัดเวลามากกว่าการขนส่งแบบอื่น สินค้ามีความปลอดภัย สามารถกำหนดระยะเวลาในการขนส่งได้แม่นยำ

ข้อเสียของการขนส่งทางอากาศ คือมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการขนส่งแบบอื่น สินค้าบางชนิดก็ไม่สามารถเอาขึ้นเครื่องได้ และจะต้องเป็นเมืองที่มีท่าอากาศยานเท่านั้น ถึงจะขนส่งทางอากาศได้

-การขนส่งทางบก หรือด้วยรถบรรทุก เป็นการขนส่งที่เราเห็นกันเยอะที่สุดภายในประเทศ จะเน้นการส่งของ ที่ไม่ไกลมาก โดยจะเน้นในประเทศเป็นส่วนใหญ่ เช่นการขนส่งไปต่างจังหวัดไกลๆ มีทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถบรรทุกขนาดเล็กเช่นรถกระบะ เหมาะกับธุรกิจทุกชนิด

ข้อดีของการขนส่งทางบก ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะมีผู้ให้บริการเยอะ สินค้าสามารถถึงมือผู้รับได้ทันที มีความรวดเร็วมาก เหมาะกับการขนส่งในระยะทางสั้นๆ ถึงปานกลาง

ข้อเสียของการขนส่งทางบก ไม่สามารถส่งของระยะไกล หรือว่าส่งข้ามประเทศได้ สินค้าอาจจะเกิดความเสียหายได้จากอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำกัดแค่สินค้าบางชนิด บางขนาดเท่านั้น

ทั้ง 3 ชนิดเป็นการส่งของ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ที่เราเห็นกันได้เยอะที่สุด สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่เน้นขายของภายในประเทศ ถ้าคิดจะส่งของเพียงแค่ในประเทศล่ะก็ แนะนำว่าใช้บริการส่งของ แบบขนส่งทางบก จะดีและคุ้มค่าที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้การขนส่งทางอากาศ หรือว่าทางเรือ ซึ่งถือว่าเกินความจำเป็น

บริษัทเคมีภัณฑ์ในภาคกลาง ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีที่ไหนบ้าง

สารคมีที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตของเราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าบางอย่างอาจจะเป็นอันตรายกับชีวิตเราเองแต่มันก็เป็นประโยชน์ในหลายทางเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเลือกใช้สารเคมีทุกอย่าง จึงต้องมีการควบคุมและดูแลอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ ขึ้น และถ้าหากเราอยากจะได้สารเคมี หรือว่าเคมีภัณฑ์ต่างๆ จำนวนมาก เพื่อเอามาใช้ในงานของเรา จะเลือกอย่างไร

เราก็มี บริษัทขายเคมีภัณฑ์ ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้มาฝากกัน เป็นบริษัทที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และมีสินค้าแทบทุกอย่างให้เราได้เลือก เป็นตัวแทนนำเข้าของประเทสไทย และที่ดีที่สุดก็คือ เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญในด้านนี้มาโดยตรง ทำให้เรามั่นใจได้มากกว่าเดิม ว่าจะได้สินค้าที่มีคุณภาพแน่นอน

1.บริษัท ไจแอนท์ ลีโอ อินเตอร์เทรด จำกัด เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน มากกว่า 30 ปี ในการค้าเคมีภัณฑ์ต่างๆ ทำให้มั่นใจในเรื่องของการให้บริการ และการเอาใจใส่ต่อลูกค้า นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ที่คอยให้คำปรึกษาต่างๆ กับลูกค้าทุกท่าน ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกคน ได้สินค้าตรงใจ และมี่คุณภาพแน่นอน เหมาะกับคนที่อยากจะมีผลิตภัณฑ์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ดีมากขึ้น สามารถมาขอคำปรึกษาได้ทันที

2.บริษัท พรภพเคมีคอล (2007) จำกัด เป็นบริษัทขายเคมีภัณฑ์ ที่นำเข้าสารเคมีคุณภาพจากต่างประเทศ และมีมาตรฐานในระดับสากล เหมาะกับโรงงานที่ต้องการสารประกอบ หรือว่าสารเคมีจำนวนมากเช่น สารส้ม โซดาไฟใต้หวัน ที่เป็นสารประกอบในการทำความสะอาดหลายๆ อย่างปูนขาว และอีกหลายชนิด ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สามารถที่จะเข้าไปพูดคุย หรือว่าสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนได้

3.เคมีภัณฑ์ คิวเบสท์ เอ็นเตอร์ไพร์ส เป็นบริษัทขายเคมีภัณฑ์ ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านโพลิเมอร์เป็นพิเศษนอกจานี้ยังจำหน่ายสินค้าคุณภาพหลายอย่าง ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่นโรงงานพลาสติก สินค้าทุกชิ้นจากบริษัท การรันตีคุณภาพระดับสากล ทำให้มั่นใจในเรื่องของคุณภาพได้อย่างเต็มที่ สินค้าที่ทางบริษัทจำหน่ายก็มีดังต่อไปนี้เช่น

-จำหน่าย เคมีบำบัดน้ำเสีย โพลิอลูมิเนียมคลอไรด์ PAC แพคผง แพคน้ำ, สารส้ม (Alum, Aluminum Sulfate), ปูนขาว แคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Calcium Hydroxide)

-จำหน่าย เคมีสบอยเลอร์ เคมีภัณฑ์ในระบบหม้อน้ำอุตสาหกรรมบอยเลอร์ เคมีล้างตะกรันหินปูน เคมีกำจัด-สนิม ในระบบหม้อไอน้ำ แผ่นเพลทเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน

-จำหน่าย เคมีล้างทำความสะอาดคูลลิ่งทาวเวอร์ น้ำยาป้องกันตะไคร่ ฆ่าเชื้อโรค ฆ่าแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อรา กำจัดเมือกตะไคร่ กำจัดตะกรัน ในระบบหอระบายความร้อน หอคอยหล่อเย็น คูลลิ่งทาวเวอร์

-จำหน่าย เคมีสำหรับการบำบัดในระบบปิด

นอกจากนี้ทางบริษัท ยังจำหน่ายสเปรย์ที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด และการหล่อลื่นที่ใช้ในโรงงานต่างๆด้วย สามารถที่จะเข้าไปชมสินค้าได้ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย พร้อมทั้งการการันตีคุณภาพ

สำหรับคนที่อยู่ในภาคกลาง และต้องการอย่างจะได้สารเคี หรือว่าสารตั้งต้น ทั้ง 3 บริษัทขายเคมีภัณฑ์ ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี เพราะตั้งอยู่ในเขตภาพกลาง สามารถติดต่อเดินทางได้สะดวก และที่สำคัญคือคุณภาพ และความเชี่ยวชาญในเรื่องสารเคมีนั้นเป็นพิเศษ ทำให้มั่นใจกว่าเดิม

เตรียมตัวสมัครงานยังไงให้รุ่ง ไม่ล่วงแน่นอน

การสมัครงานนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ที่พูดไปแบบนี้ก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วนั้นจะรุ่ง หรือ จะล่วงมันขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้สมัครว่าเตรียมตัวมาดีแค่ไหน จึงบอกว่ามันยาก เพราะหากไม่เตรียมตัวมีหวังชวดงานนั้นแบบไม่ต้องสงสัย ส่วนใครที่เตรียมตัวมาอย่างดีการสมัครงานนั้นก็จะง่ายขึ้นมาทันตา วันนี้เราเลยจะมาเผยเทคนิคในการเตรียมตัวสมัครงาน ให้กับคนที่กำลังจะสมัครงาน หรือ คนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์อย่างนักศึกษาจบใหม่ และ ผู้ที่กำลังหางานทำเป็นครั้งแรก  เอาเป็นว่าเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเทคนิคที่ว่ามันมีอะไรบ้าง

  1. คุยกับตัวเองให้ชัดเจนว่าอยากทำอะไร  

ข้อแรกเลยก็ คือ เราต้องปักธง ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนว่าเราอยากที่จะเดินไปทางไหน อยากทำงานด้านไหน ฝ่ายอะไร โดยเราอาจจะต้องวิเคราะห์ตัวเองว่าเรามีความถนัดอะไรบ้าง และ เรามีความชอบอะไรบ้าง รวมถึงในอนาคตเรามีเป้าหมายว่าเราอยากจะประสบความสำเร็จด้านไหน ที่เราต้องคุยกับตัวเองให้ชัดเจนเพราะ การที่เรารู้ความต้องการ และ จุดมุ่งหมายของตัวเองจะทำให้เราสามารถหางานในวงที่แคบลง รวมทั้งสามารถศึกษาข้อมูลบริษัท นโยบาย การทำงานของในบริษัทในแวดวงที่เราสนใจได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นเมื่อเรามีการย้ายที่ทำงานในอนาคตเราก็จะสามารถเพิ่มฐานเงินเดือนของตัวเองได้จากประสบการณ์ที่เคยทำงานมาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 

  • เตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม

ข้อต่อมาเราต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ทั้งวุฒิการศึกษา สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โดยเฉพาะ Resume และ Portfolio รวบรวมผลงาน (ในบางสายงาน) โดยเราควรไปศึกษาข้อมูลการเขียน Resume ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อทำให้ Resume ของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะ Resume นั้นเป็นเหมือนใบเบิกทางในการสมัครงานของเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นห้ามละเลยการทำ Resume ที่ดี และ มีข้อมูลครบถ้วยโดยเด็ดขาด

  • เตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา

ข้อสุดท้าย คือ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ทั้งเครื่องแต่งกายในวันสัมภาษณ์งาน และ เตรียมตอบคำถาในวันสัมภาษณ์ เราอาจจะลองหาคำถามในการสัมภาษณ์งาน และ ศึกษาไว้ รวมถึงข้อมูล และผลงานของบริษัทที่เราสมัครงาน เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าเขาจะเรียกตัวเราไปสัมภาษณ์เมื่อไร ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทคนิคการเตรียมตัวสมัครงาน ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ นอกจากจะเตรียมตัวพร้อมแล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างคือเราต้องพยายามหาโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอ อย่างเช่น การฝากประวัติไว้ตามเว็บไซต์หางานต่าง ๆ อย่างเว็บไซต์ Jobtopgun.com ที่นอกจากคุณจะสามารถหางานผ่านเว็บไซต์ได้ตามเงื่อนไขความต้องการของคุณแล้ว Jobtopgun.com ยังมีบริการสร้าง Super Resume ที่ง่ายเพียงแค่คุณกรอกข้อมูลตามหัวข้อที่เตรียมไว้ให้ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสมัครงานผ่านเว็บไซต์ หรือ จะฝากประวัติไว้เผื่อ HR บริษัทต่าง ๆ ผ่านมาเห็นก็ได้เช่นกัน หากสนใจสามารถสมัคร และ สร้าง Super Resume ได้ที่ https://www.jobtopgun.com/   

ชนิดของเกียร์ทดรอบ

ขายเกียร์ทดรอบ

อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากมอเตอร์ทั่วไปแล้ว มอเตอร์เกียร์ก็เป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งอย่าง ที่ขาดไม่ได้ ในการช่วยทดรอบของมอเตอร์ ให้มีรอบที่ต่ำลง โดยเปลี่ยนจากรอบความเร็ว ให้เป็นแรงบิดแทน โดยรอบของมอเตอร์เกียร์นั้น จะมีตั้งแต่ 1/10,1/20,1/30 เป็นต้น สำหรับความแตกต่างของมอเตอร์เกียร์นั้น จะแตกต่างกันที่รูปแบบของเฟือง ถึงแม้ว่ามอเตอร์เกียร์จะมีกำลังงเท่ากันก็ตาม แต่ลักษณะของเฟืองที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลกับการใช้งานด้วย โดยการ ขายเกียร์ทดรอบ จะแบ่งลักษณะของงเฟืองออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน

ก่อนการเลือกซื้อมอเตอร์เกียร์จากร้าน ขายเกียร์ทดรอบ นอกจากเราจะดูกำลังงส่งของมอเตอร์เกียร์แล้ว ลักษณะของงมอเตอร์เกียร์ และชนิดของเฟืองเกียร์ ก็เป็นอีกสิ่งงหนึ่งที่เราจะต้องดูประกอบด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เราต้องใช้ มีดังนี้

-เฟืองชนิดตรง หรือเฟืองที่ขนานกับเพลา เป็นชนิดเฟืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาลักษณะเฟืองทั้งหมด เพราะเป็นเฟืองที่มีราคาถูก และมีกำลังสูญเสียน้อย ทำให้ได้กำลังที่สูงกว่า และมีความแข็งแรง มอเตอร์เกียร์ชนิดเฟืองตรง จึงได้รับความนิยม สำหรับภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด แต่ก็มีข้อเสียคือในเรี่องของเสียงที่ดังมาก

-เฟืองแบบเฉียง เป็นเฟืองที่มมีลักษณะคล้ายกับเฟืองชนิดตรง แต่เฟืองไม่ได้ขนานกับเพลา เฟืองชนิดนี้มีข้อดีคือ ไม่เกิดเสียงดังเหมือนกับเฟืองแบบตรง สามารถที่จะติดตั้งได้ทุกแนว แต่ก็มีข้อเสียคือ มีกลำงัสูญเสียที่มากกว่าแบบเฟืองตรง

-เฟืองแบบดอกจอก เป็นเฟืองที่มีการผสมผสานระหว่างเฟืองตรง และเฟืองเฉียง จึงได้ความแข็งแรงที่มากกว่า และประสิทธิภาพกำลังในการส่งก็สูงขึ้น ไม่มีเสียงดังขณะที่ทำงาน แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการประกอบ เพราะมีลักษณะเฟืองที่ยุ่งยาก จึงประกอบยากกว่า

-เฟืองแบบตัวหนอน เป็นเฟืองที่ประกอบไปด้วยชุดเกียร์สองอย่างคือ เฟืองและล้อตัวหนอน สามารถที่จะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และเสียงรบกวนก็ไม่มี แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการสูญเสียพลังงาน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไหร่

-เฟืองแบบสะพาน เป็นเฟืองที่มีลักษณะคล้ายกับสะพาน และต้องใช้งานร่วมกับเฟืองแบบตรง สามารถที่จะเปลี่ยนทิศทางของการหมุนได้ จึงสามารถปรับเปลี่ยน ให้เหมาะกับลักษณะงานแต่ละแบบได้ง่าย  แต่ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะเฟืองที่ร้าน ขายเกียร์ทดรอบ มีให้เราเลือกก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จะเห็นได้ชัดว่าเฟืองแต่ละชนิดนั้น จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ก็คงไม่มีมอเตอร์เกียร์แบบไหนที่ดีที่สุด วิธีการเลือกมอเตอร์สำหรับทดเกียร์ที่ดีที่สุด ก็คือการเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เราเอาไปใช้ เพราะลักษณะเฟืองแต่ละแบบ จะโดดเด่นในงานที่แตกต่างกัน

หากไม่สามารถที่จะเลือกลักษณะเฟือง ว่าแบบไหนที่เข้ากับงานของเรา ควรจะปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญ หรือมีความรู้เกี่ยวกับการ ขายเกียร์ทดรอบ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จะได้ไม่เกิดการผิดพลาด และต้องเลือกซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้ เป็นแปบรนด์ที่ได้รับความนิยม เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ง่าย

โมดิฟายกระเป๋าผ้าด้วยสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ คุณเองก็ทำได้

             หากจะกล่าวถึงกระแสนิยมที่มาแรงในปัจจุบันหนึ่งในนั้นต้องมีเทรนด์รักษ์โลกอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ความตระหนักรู้ในการรักษาสภาพแวดล้อมกำลังเป็นกระแสนิยมที่มาแรงเหลือเกินในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าใครก็อยากมีส่วนร่วมทำให้ดวงดาวใบนี้เป็นที่อยู่อาศัยอันปลอดภัยเช่นในอดีตอีกครั้ง หนึ่งในวิธีช่วยโลกที่ง่ายที่สุดก็คือการไม่รับถุงพลาสติก ห้างร้านต่าง ๆ ในตอนนี้ก็เริ่มรณรงค์ให้ผู้บริโภคนำถุงผ้ามาใส่สินค้าแทน ถุงผ้าจึงกำลังจะกลายเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน และมีความเป็นไปได้ที่จะมาแทนกระเป๋าถือหรือกระเป๋าแบบอื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย แต่ทว่าถุงผ้ารักษ์โลกเหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกใจนัก ดังนั้นเราจึงควรโมดิฟายถุงผ้าที่มีอยู่ให้เจ๋งยิ่งกว่าเดิม เป็นการเพิ่มเติมอาวุธให้น้องถุงด้วยแนวคิดร่วมกับสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ดังต่อไปนี้

อุปกรณ์

             1.ถุงผ้า

             2.ผ้าผืนบาง ๆ

             3.ด้ายกับเข็ม

             4.ดินสอและสีเพ้นท์ผ้า

             5.ตัวหนีบ

             6.กระดาษแข็งหรือกระดาน

วิธีทำ

             1.ขั้นแรกนำถุงผ้ามาวางบนพื้นที่ราบเรียบ ถุงผ้าที่ว่านี้ทุกบ้านน่าจะมีกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะได้รับแจกมาหรือซื้อมาก็ใช้ได้เหมือนกัน จากนั้นนำกระดาษแข็งผิวเรียบหรือกระดานขนาดพอดีสอดเข้าไปในถุงผ้าแล้วใช้ตัวหนีบยึดรอบ ๆ ถุงผ้าให้ผิวตึง ลงมือใช้ดินสอร่างรูปที่อยากเพ้นท์ลงไป เมื่อได้เค้าโครงรูปที่ต้องการแล้วก็ใช้สีเพ้นท์ผ้าระบายให้สวยงามจากนั้นก็รอให้สีแห้ง

             2.นำผ้าที่เตรียมไว้มาวัดกับขนาดของถุงผ้า ผ้าที่ว่านี้อาจจะเป็นเสื้อผ้าเหลือใช้หรือผืนผ้าที่มีอยู่ก็ได้ เมื่อวัดได้ขนาดที่พอดีให้ตัดผ้าออกมาสองชิ้นขนาดเท่า ๆ กันแล้วเย็บให้เป็นถุงปากเปิดอีกใบ ผ้าชิ้นนี้เราจะนำมาทำเป็นตัวบุกระเป๋าชั้นในเพื่อให้ถุงผ้าแข็งแรงยิ่งขึ้นรวมทั้งแก้ปัญหาของถุงผ้าที่เวลาใส่ของเข้าไปแล้วทุกอย่างจะกองอยู่ที่ก้นถุง ทั้งถ่วงน้ำหนักและโคลงเคลงเมื่อมีแรงเหวี่ยง ดังนั้นเมื่อได้ตัวบุชั้นในแล้วก็นำผ้าที่เหลือมาตัดทำเป็นช่องขนาดเล็ก ๆ ไว้ใส่ของกระจุกกระจิกเช่น เครื่องเขียน โทรศัพท์มือถือ ลิปสติก เครื่องสำอาง ช้อนส้อมพกพา วิธีทำแบบง่าย ๆ ก็คือทำลักษณะคล้าย ๆ กระเป๋าตรงหน้าอกเสื้อหรือกระเป๋าหลังกางเกง จากนั้นจึงเย็บติดกับผ้าบุชั้นในที่เราทำไว้ในตอนต้น

             3.สอดผ้าบุชั้นในเข้าไปในถุงผ้า จัดแจงให้เข้ารูป ให้ตะเข็บของถุงผ้าชั้นนอกกับถุงผ้าชั้นในตรงกัน แล้วจัดการเย็บผ้าบุชั้นในติดกับถุงผ้าด้วยการเย็บรอบปากถุง เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการโมดิฟายถุงผ้าสุดเจ๋งกันแล้ว

หมายเหตุ นี่เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นในการประดิษฐ์สิ่งของ DIY เท่านั้น หากใครมีฝีมือในการทำสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้มากกว่านี้จะเพิ่มเติมออฟชั่นอื่น ๆ ตกแต่งเสริม หรือติดซิปตรงปากถุงเพื่อให้ถุงผ้ามีความปลอดภัยยิ่งขึ้นก็ถือเป็นการดี ส่วนการใช้ถุงผ้าในฤดูฝนแนะนำให้ผู้ใช้นำสเปรย์กันน้ำมาฉีดพ่นทั่วถุงผ้า ก็จะช่วยให้ถุงผ้าไม่เปียกไม่ก่อให้เกิดเชื้อราอีกด้วย

             แนวคิดสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้อย่างถุงผ้าที่เราแนะนำนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดขยะให้โลกแล้วยังเป็นการแก้ปัญหาในชีวิตด้วยตัวเอง เพราะลำพังจะรอให้เจอสินค้าที่ตอบโจทย์ในท้องตลาดอาจจะไม่ง่ายนัก ยกตัวอย่างกระเป๋าผ้าขนาดพอดีมีช่องใส่ของที่เหมาะกับชีวิตประจำวันของเรา แถมยังต้องมีลวดลายที่โดนใจ โจทย์เช่นนี้บางทีหาเป็นปี ๆ ก็อาจไม่เจอ ดังนั้นใช้ฝีมือ D.I.Y สร้างขึ้นมาด้วยตัวเองน่าจะเวิร์คกว่า เพราะนอกจากจะภูมิใจแล้วอยากตกแต่งหรือเพิ่มเติมอะไรลงไปก็ครีเอทได้อย่างเต็มที่ แถมไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินทองอีกต่างหาก

 ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน 10.10 สินค้าแบรนด์แท้ จัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมรับเงินคืนถึง 10% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/10-10 

วิธีการเลือกเสื้อผ้าเด็ก เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

เสื้อผ้าเด็ก

วัยเด็กหลังคลอดหรือเด็กที่ยังอยู่ในวัยทารก เป็นวัยที่เด็กมีผวหนังอ่อนโยน แพ้ง่ายและเสี่ยงต่อการโดนทำร้ายได้ หากมีอะไรมากระทบหรือ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ สำหรับเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงอายุดังกล่าว สิ่งหนึ่งที่มีผลกระทบกับเด็กมากที่สุดโดยตรงเลยก็คือ เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ที่จะต้องมีการเลือกซื้อให้ดี ดูให้ละเอียด เพราะหากว่าเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็ก ที่ไม่มีคุณภาพหรือปลอดภัยมากพอ ก็อาจจะเกิดอันตรายกับเด็กได้

ลองมาดูว่า ถ้าเราจะเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับเด็กนั้น เราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสม และปลอดภัยกับลูกน้อยของเรามากที่สุด โยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ ที่อาจจะยังไม่มีความรู้หรือว่าเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกซื้อเสื้อผ้ามากเท่าไหร่นัก

-เลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศ เพราะอากาศบ้านเรามันเปลี่ยนแปลงบ่อย เด๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ซึ่งมันส่งผลทำให้เด็กเกิดอาการเจ็บป่วยได้ การเลือกเสื้อผ้าเด็ก ให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของแต่ละวัน เป็นความจำเป็นอย่างมาก เด็กจะได้มีสุขภาพและไม่ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน และมีเหงื่อออกเยอะ การเลือกเสื้อผ้าจะต้องเลือกที่เป็นผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี และเป็นผ้าท่มีสัมผัสนุ่มสบาย ไม่มีสารอะไรตกค้าง เพราะเวลาท่เหงื่อออก อาจจะทำให้เด็กเกิดอาการระคายเคือง หรือว่าเป็นผื่นได้

หรือถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว ก็ต้องมีอุปกรณ์สำหรับการป้องกันหนาวให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ ถุงเท้ หมอก และก็เสื้อกันหนาว เพื่อไม่ให้ลูน้อยเป็นหวัด หรือว่าเจ็บป่วยไม่สบาย

-ไม่มีของที่เป็นอันตราย เพราะเด็กวัยนี้มีอะไรมักจะเอาใส่ปาก หรือว่ากัดแทะอยู่เสมอ การเลือกเสื้อผ้าเด็ก จึงพยายามอย่าเลือกท่มัมีของที่อาจจะเป็นอันตรายกับเด็ก อย่างเช่นซิป หือว่าของแข็งต่างๆ ที่อาจจะเกิดการเกี่ยวกับผิวหนัง จนทำให้เกิดบาดแผลได้ ควรเลือกเป็นผ้าที่มีเฉพาะวัสดุที่นุ่มอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยเอง

-มีความยืดหยุ่นสูง เด็กวัยนี้กำลังซุกซน ชอบขยับพลิกร่างกายไปมาอยู่เสมอ เสื้อผ้าเด็ก จึงต้องเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง และทนทานสูงด้วย เพื่อให้ลูกน้อยสามารถขัยบตัวได้อย่างสบายไม่อึดอัด เวลาที่ต้องเล่นหรือทำกิจกรมต่างๆ ก็จะทำได้สะดวกมากขึ้น อย่างเช่นการเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นต้น

-ไม่มีสารตกค้าง สิ่งที่สำคัญเวลาเลือกซื้อสินค้า หรือว่าเสื้อผ้าสำหรับเด็กก็คือ พยายามเลือกท่มันไม่มีสารเคมี หรือว่าสีตกค้าง ยิ่งเป็นเสื้อผ้า หากมีสีตกค้างเวลาที่ซัก หรือเวลาที่สวมใส่ ก็อาจจะทำให้ลูกน้อยเกิดอากรไม่สบายตัว เป็ผื่นคัน หรือเป็นโรคผิวหนังได้ ควรเลือกวัสดุที่นำมาทำเสื้อผ้า ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยของเราเอง

วิธีการเลือกซื้อ เสื้อผ้าเด็ก ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น จะเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณแม่ และเป็นการการันตีความปลอดภัยให้กับลูกน้อยด้วย ว่าจะไม่เกิดอันตรายหรือว่าผลกระทบใดๆ ขณะที่สวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น หากไม่มั่นใจว่าจะเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะสมกับลูกน้อย ก็ควรจะต้องปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญ ในด้านนี้โดยตรง จะได้มั่นใจมากที่สุด