ทำไมคนถึงนิยมใส่ รองเท้าแตะคีบรัดส้น

ถ้าพูดถึงความนิยมในการใส่ รองเท้าแตะคีบรัดส้น ก็คงมีสาเหตุจากหลาย ๆ อย่าง โดยสิ่งที่ขาดไม่ได้คงเป็นเรื่องของความสะดวกสบายในการสวมใส รูปแบบของรองเท้าที่มีให้เลือกหลากหลาย อีกทั้ง…

  • เป็นรองเท้าแบบเปิดทำให้ไม่อับชื้น ช่วยลดปัญหาเชื้อราและกลิ่นเหม็นได้
  • สวมใส่ง่าย จึงเหมาะกับการใส่เดินในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก ๆ 
  • รองเท้าชนิดนี้มักโดนน้ำได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ทำมาจากยาง จึงล้างง่าย ทำความสะอาดง่าย และแห้งไว 
  • รองเท้ารูปแบบนี้มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ราคาจับต้องได้ และหาซื้อง่าย 

ด้วยสาเหตุทั้งหมดนี้ หลาย ๆ คนจึงนิยมใส่รองเท้าชนิดนี้กัน แต่ถ้าคุณเลือกรองเท้าแตะคีบรัดส้นที่ไม่ได้คุณภาพ ก็จะส่งผลกระทบที่ไม่ดี คือ

เมื่อเลือก รองเท้าแตะคีบรัดส้น ที่ไม่ได้คุณภาพ

รองเท้าแตะคีบรัดส้นที่ไม่ได้คุณภาพ มักออกแบบมาล้อตาล้อใจผู้ซื้อ ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยสวยงามแต่ไม่ได้คำนึงถึงสุขภาพเท้า จึงส่งผลเสียต่อเท้าและร่างกายของคุณ

  • พื้นรองเท้าที่แบนราบ จะทำให้การกระจายน้ำหนักลงบนรองเท้าได้ไม่ทั่วถึง แรงกดจากน้ำหนักจึงมักไปรวมอยู่จุดใดจุดหนึ่งบนฝ่าเท้า จึงส่งผลให้เกิดอาการปวดเท้า ปวดบริเวณข้อหากใส่เดินเป็นเวลานานๆ และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรครองช้ำได้ด้วย
  • รองเท้าแตะคีบรัดส้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ผู้ใส่ทำกิจกรรมหนักๆ ดังนั้นถ้าผู้ใส่นำไปใช้งานผิด อาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้ เช่น ลื่นล้ม หรือเดินสะดุด
  • สายรัดเท้าของรองเท้าที่ไม่ได้คุณภาพ อาจเสียดสีกับผิวหนังที่เท้า ทำให้ผิวหนังแสบ เป็นรอยคล้ำไหม้และอาจเป็นแผลได้หากใส่เป็นเวลานานๆ
  • หากใส่รองเท้าชนิดนี้แต่ไม่ได้คุณภาพเป็นเวลานาน จะเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดข้อเท้า สะโพก จนไปถึงหลังได้

ดังนั้น คุณต้องเลือกรองเท้าแตะรัดส้นชายหรือหญิงที่มีคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันนี้มีรองเท้ารูปแบบนี้แต่คำนึงถึงสุขภาพเท้าให้เลือกหลายยี่ห้อ โดยเรามีเทคนิคการเลือกรองเท้ามาแนะนำ 

  1. ขนาดพอดีเท้า โดยเท้าต้องไม่เลยออกนอกรองเท้า
  2. วัสดุที่ทำพื้นรองเท้า และสายคีบและสายรัดของรองเท้า ต้องมีคุณภาพ โดยมีความยืดหยุ่น ไม่งอได้มากจนเกินไป นุ่มไม่แข็งจนเกินไป มีความหนาที่พอดีและไม่เสียดสีกับเท้า
  3. พื้นรองเท้ามีส่วนนูนและเว้าเพื่อรับกับรูปเท้า
  4. ควรไปลองรองเท้าก่อนซื้อด้วยตัวเองจะดีที่สุด เพื่อให้ได้รองเท้าที่เหมาะกับเท้าของคุณ

นอกจากความสะดวกสบาย คุณก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพของรองเท้าด้วยเพื่อสุขภาพเท้าที่ดี อย่าลืมเอาความรู้ดี ๆ ไปช่วยในการเลือกรองเท้าที่ดีให้กับตัวคุณเองนะคะ

ชนิดของเกียร์ทดรอบ

ขายเกียร์ทดรอบ

อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากมอเตอร์ทั่วไปแล้ว มอเตอร์เกียร์ก็เป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งอย่าง ที่ขาดไม่ได้ ในการช่วยทดรอบของมอเตอร์ ให้มีรอบที่ต่ำลง โดยเปลี่ยนจากรอบความเร็ว ให้เป็นแรงบิดแทน โดยรอบของมอเตอร์เกียร์นั้น จะมีตั้งแต่ 1/10,1/20,1/30 เป็นต้น สำหรับความแตกต่างของมอเตอร์เกียร์นั้น จะแตกต่างกันที่รูปแบบของเฟือง ถึงแม้ว่ามอเตอร์เกียร์จะมีกำลังงเท่ากันก็ตาม แต่ลักษณะของเฟืองที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลกับการใช้งานด้วย โดยการ ขายเกียร์ทดรอบ จะแบ่งลักษณะของงเฟืองออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน

ก่อนการเลือกซื้อมอเตอร์เกียร์จากร้าน ขายเกียร์ทดรอบ นอกจากเราจะดูกำลังงส่งของมอเตอร์เกียร์แล้ว ลักษณะของงมอเตอร์เกียร์ และชนิดของเฟืองเกียร์ ก็เป็นอีกสิ่งงหนึ่งที่เราจะต้องดูประกอบด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เราต้องใช้ มีดังนี้

-เฟืองชนิดตรง หรือเฟืองที่ขนานกับเพลา เป็นชนิดเฟืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาลักษณะเฟืองทั้งหมด เพราะเป็นเฟืองที่มีราคาถูก และมีกำลังสูญเสียน้อย ทำให้ได้กำลังที่สูงกว่า และมีความแข็งแรง มอเตอร์เกียร์ชนิดเฟืองตรง จึงได้รับความนิยม สำหรับภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด แต่ก็มีข้อเสียคือในเรี่องของเสียงที่ดังมาก

-เฟืองแบบเฉียง เป็นเฟืองที่มมีลักษณะคล้ายกับเฟืองชนิดตรง แต่เฟืองไม่ได้ขนานกับเพลา เฟืองชนิดนี้มีข้อดีคือ ไม่เกิดเสียงดังเหมือนกับเฟืองแบบตรง สามารถที่จะติดตั้งได้ทุกแนว แต่ก็มีข้อเสียคือ มีกลำงัสูญเสียที่มากกว่าแบบเฟืองตรง

-เฟืองแบบดอกจอก เป็นเฟืองที่มีการผสมผสานระหว่างเฟืองตรง และเฟืองเฉียง จึงได้ความแข็งแรงที่มากกว่า และประสิทธิภาพกำลังในการส่งก็สูงขึ้น ไม่มีเสียงดังขณะที่ทำงาน แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการประกอบ เพราะมีลักษณะเฟืองที่ยุ่งยาก จึงประกอบยากกว่า

-เฟืองแบบตัวหนอน เป็นเฟืองที่ประกอบไปด้วยชุดเกียร์สองอย่างคือ เฟืองและล้อตัวหนอน สามารถที่จะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และเสียงรบกวนก็ไม่มี แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการสูญเสียพลังงาน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไหร่

-เฟืองแบบสะพาน เป็นเฟืองที่มีลักษณะคล้ายกับสะพาน และต้องใช้งานร่วมกับเฟืองแบบตรง สามารถที่จะเปลี่ยนทิศทางของการหมุนได้ จึงสามารถปรับเปลี่ยน ให้เหมาะกับลักษณะงานแต่ละแบบได้ง่าย  แต่ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะเฟืองที่ร้าน ขายเกียร์ทดรอบ มีให้เราเลือกก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จะเห็นได้ชัดว่าเฟืองแต่ละชนิดนั้น จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ก็คงไม่มีมอเตอร์เกียร์แบบไหนที่ดีที่สุด วิธีการเลือกมอเตอร์สำหรับทดเกียร์ที่ดีที่สุด ก็คือการเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เราเอาไปใช้ เพราะลักษณะเฟืองแต่ละแบบ จะโดดเด่นในงานที่แตกต่างกัน

หากไม่สามารถที่จะเลือกลักษณะเฟือง ว่าแบบไหนที่เข้ากับงานของเรา ควรจะปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญ หรือมีความรู้เกี่ยวกับการ ขายเกียร์ทดรอบ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จะได้ไม่เกิดการผิดพลาด และต้องเลือกซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้ เป็นแปบรนด์ที่ได้รับความนิยม เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ง่าย

โมดิฟายกระเป๋าผ้าด้วยสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ คุณเองก็ทำได้

             หากจะกล่าวถึงกระแสนิยมที่มาแรงในปัจจุบันหนึ่งในนั้นต้องมีเทรนด์รักษ์โลกอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ความตระหนักรู้ในการรักษาสภาพแวดล้อมกำลังเป็นกระแสนิยมที่มาแรงเหลือเกินในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าใครก็อยากมีส่วนร่วมทำให้ดวงดาวใบนี้เป็นที่อยู่อาศัยอันปลอดภัยเช่นในอดีตอีกครั้ง หนึ่งในวิธีช่วยโลกที่ง่ายที่สุดก็คือการไม่รับถุงพลาสติก ห้างร้านต่าง ๆ ในตอนนี้ก็เริ่มรณรงค์ให้ผู้บริโภคนำถุงผ้ามาใส่สินค้าแทน ถุงผ้าจึงกำลังจะกลายเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน และมีความเป็นไปได้ที่จะมาแทนกระเป๋าถือหรือกระเป๋าแบบอื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย แต่ทว่าถุงผ้ารักษ์โลกเหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกใจนัก ดังนั้นเราจึงควรโมดิฟายถุงผ้าที่มีอยู่ให้เจ๋งยิ่งกว่าเดิม เป็นการเพิ่มเติมอาวุธให้น้องถุงด้วยแนวคิดร่วมกับสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ดังต่อไปนี้

อุปกรณ์

             1.ถุงผ้า

             2.ผ้าผืนบาง ๆ

             3.ด้ายกับเข็ม

             4.ดินสอและสีเพ้นท์ผ้า

             5.ตัวหนีบ

             6.กระดาษแข็งหรือกระดาน

วิธีทำ

             1.ขั้นแรกนำถุงผ้ามาวางบนพื้นที่ราบเรียบ ถุงผ้าที่ว่านี้ทุกบ้านน่าจะมีกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะได้รับแจกมาหรือซื้อมาก็ใช้ได้เหมือนกัน จากนั้นนำกระดาษแข็งผิวเรียบหรือกระดานขนาดพอดีสอดเข้าไปในถุงผ้าแล้วใช้ตัวหนีบยึดรอบ ๆ ถุงผ้าให้ผิวตึง ลงมือใช้ดินสอร่างรูปที่อยากเพ้นท์ลงไป เมื่อได้เค้าโครงรูปที่ต้องการแล้วก็ใช้สีเพ้นท์ผ้าระบายให้สวยงามจากนั้นก็รอให้สีแห้ง

             2.นำผ้าที่เตรียมไว้มาวัดกับขนาดของถุงผ้า ผ้าที่ว่านี้อาจจะเป็นเสื้อผ้าเหลือใช้หรือผืนผ้าที่มีอยู่ก็ได้ เมื่อวัดได้ขนาดที่พอดีให้ตัดผ้าออกมาสองชิ้นขนาดเท่า ๆ กันแล้วเย็บให้เป็นถุงปากเปิดอีกใบ ผ้าชิ้นนี้เราจะนำมาทำเป็นตัวบุกระเป๋าชั้นในเพื่อให้ถุงผ้าแข็งแรงยิ่งขึ้นรวมทั้งแก้ปัญหาของถุงผ้าที่เวลาใส่ของเข้าไปแล้วทุกอย่างจะกองอยู่ที่ก้นถุง ทั้งถ่วงน้ำหนักและโคลงเคลงเมื่อมีแรงเหวี่ยง ดังนั้นเมื่อได้ตัวบุชั้นในแล้วก็นำผ้าที่เหลือมาตัดทำเป็นช่องขนาดเล็ก ๆ ไว้ใส่ของกระจุกกระจิกเช่น เครื่องเขียน โทรศัพท์มือถือ ลิปสติก เครื่องสำอาง ช้อนส้อมพกพา วิธีทำแบบง่าย ๆ ก็คือทำลักษณะคล้าย ๆ กระเป๋าตรงหน้าอกเสื้อหรือกระเป๋าหลังกางเกง จากนั้นจึงเย็บติดกับผ้าบุชั้นในที่เราทำไว้ในตอนต้น

             3.สอดผ้าบุชั้นในเข้าไปในถุงผ้า จัดแจงให้เข้ารูป ให้ตะเข็บของถุงผ้าชั้นนอกกับถุงผ้าชั้นในตรงกัน แล้วจัดการเย็บผ้าบุชั้นในติดกับถุงผ้าด้วยการเย็บรอบปากถุง เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการโมดิฟายถุงผ้าสุดเจ๋งกันแล้ว

หมายเหตุ นี่เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นในการประดิษฐ์สิ่งของ DIY เท่านั้น หากใครมีฝีมือในการทำสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้มากกว่านี้จะเพิ่มเติมออฟชั่นอื่น ๆ ตกแต่งเสริม หรือติดซิปตรงปากถุงเพื่อให้ถุงผ้ามีความปลอดภัยยิ่งขึ้นก็ถือเป็นการดี ส่วนการใช้ถุงผ้าในฤดูฝนแนะนำให้ผู้ใช้นำสเปรย์กันน้ำมาฉีดพ่นทั่วถุงผ้า ก็จะช่วยให้ถุงผ้าไม่เปียกไม่ก่อให้เกิดเชื้อราอีกด้วย

             แนวคิดสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้อย่างถุงผ้าที่เราแนะนำนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดขยะให้โลกแล้วยังเป็นการแก้ปัญหาในชีวิตด้วยตัวเอง เพราะลำพังจะรอให้เจอสินค้าที่ตอบโจทย์ในท้องตลาดอาจจะไม่ง่ายนัก ยกตัวอย่างกระเป๋าผ้าขนาดพอดีมีช่องใส่ของที่เหมาะกับชีวิตประจำวันของเรา แถมยังต้องมีลวดลายที่โดนใจ โจทย์เช่นนี้บางทีหาเป็นปี ๆ ก็อาจไม่เจอ ดังนั้นใช้ฝีมือ D.I.Y สร้างขึ้นมาด้วยตัวเองน่าจะเวิร์คกว่า เพราะนอกจากจะภูมิใจแล้วอยากตกแต่งหรือเพิ่มเติมอะไรลงไปก็ครีเอทได้อย่างเต็มที่ แถมไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินทองอีกต่างหาก

 ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน 10.10 สินค้าแบรนด์แท้ จัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมรับเงินคืนถึง 10% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/10-10 

วิธีการเลือกเสื้อผ้าเด็ก เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

เสื้อผ้าเด็ก

วัยเด็กหลังคลอดหรือเด็กที่ยังอยู่ในวัยทารก เป็นวัยที่เด็กมีผวหนังอ่อนโยน แพ้ง่ายและเสี่ยงต่อการโดนทำร้ายได้ หากมีอะไรมากระทบหรือ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ สำหรับเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงอายุดังกล่าว สิ่งหนึ่งที่มีผลกระทบกับเด็กมากที่สุดโดยตรงเลยก็คือ เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ที่จะต้องมีการเลือกซื้อให้ดี ดูให้ละเอียด เพราะหากว่าเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็ก ที่ไม่มีคุณภาพหรือปลอดภัยมากพอ ก็อาจจะเกิดอันตรายกับเด็กได้

ลองมาดูว่า ถ้าเราจะเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับเด็กนั้น เราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสม และปลอดภัยกับลูกน้อยของเรามากที่สุด โยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ ที่อาจจะยังไม่มีความรู้หรือว่าเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกซื้อเสื้อผ้ามากเท่าไหร่นัก

-เลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศ เพราะอากาศบ้านเรามันเปลี่ยนแปลงบ่อย เด๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ซึ่งมันส่งผลทำให้เด็กเกิดอาการเจ็บป่วยได้ การเลือกเสื้อผ้าเด็ก ให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของแต่ละวัน เป็นความจำเป็นอย่างมาก เด็กจะได้มีสุขภาพและไม่ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน และมีเหงื่อออกเยอะ การเลือกเสื้อผ้าจะต้องเลือกที่เป็นผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี และเป็นผ้าท่มีสัมผัสนุ่มสบาย ไม่มีสารอะไรตกค้าง เพราะเวลาท่เหงื่อออก อาจจะทำให้เด็กเกิดอาการระคายเคือง หรือว่าเป็นผื่นได้

หรือถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว ก็ต้องมีอุปกรณ์สำหรับการป้องกันหนาวให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ ถุงเท้ หมอก และก็เสื้อกันหนาว เพื่อไม่ให้ลูน้อยเป็นหวัด หรือว่าเจ็บป่วยไม่สบาย

-ไม่มีของที่เป็นอันตราย เพราะเด็กวัยนี้มีอะไรมักจะเอาใส่ปาก หรือว่ากัดแทะอยู่เสมอ การเลือกเสื้อผ้าเด็ก จึงพยายามอย่าเลือกท่มัมีของที่อาจจะเป็นอันตรายกับเด็ก อย่างเช่นซิป หือว่าของแข็งต่างๆ ที่อาจจะเกิดการเกี่ยวกับผิวหนัง จนทำให้เกิดบาดแผลได้ ควรเลือกเป็นผ้าที่มีเฉพาะวัสดุที่นุ่มอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยเอง

-มีความยืดหยุ่นสูง เด็กวัยนี้กำลังซุกซน ชอบขยับพลิกร่างกายไปมาอยู่เสมอ เสื้อผ้าเด็ก จึงต้องเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง และทนทานสูงด้วย เพื่อให้ลูกน้อยสามารถขัยบตัวได้อย่างสบายไม่อึดอัด เวลาที่ต้องเล่นหรือทำกิจกรมต่างๆ ก็จะทำได้สะดวกมากขึ้น อย่างเช่นการเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นต้น

-ไม่มีสารตกค้าง สิ่งที่สำคัญเวลาเลือกซื้อสินค้า หรือว่าเสื้อผ้าสำหรับเด็กก็คือ พยายามเลือกท่มันไม่มีสารเคมี หรือว่าสีตกค้าง ยิ่งเป็นเสื้อผ้า หากมีสีตกค้างเวลาที่ซัก หรือเวลาที่สวมใส่ ก็อาจจะทำให้ลูกน้อยเกิดอากรไม่สบายตัว เป็ผื่นคัน หรือเป็นโรคผิวหนังได้ ควรเลือกวัสดุที่นำมาทำเสื้อผ้า ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยของเราเอง

วิธีการเลือกซื้อ เสื้อผ้าเด็ก ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น จะเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณแม่ และเป็นการการันตีความปลอดภัยให้กับลูกน้อยด้วย ว่าจะไม่เกิดอันตรายหรือว่าผลกระทบใดๆ ขณะที่สวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น หากไม่มั่นใจว่าจะเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะสมกับลูกน้อย ก็ควรจะต้องปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญ ในด้านนี้โดยตรง จะได้มั่นใจมากที่สุด