ชนิดของเกียร์ทดรอบ

ขายเกียร์ทดรอบ

อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากมอเตอร์ทั่วไปแล้ว มอเตอร์เกียร์ก็เป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งอย่าง ที่ขาดไม่ได้ ในการช่วยทดรอบของมอเตอร์ ให้มีรอบที่ต่ำลง โดยเปลี่ยนจากรอบความเร็ว ให้เป็นแรงบิดแทน โดยรอบของมอเตอร์เกียร์นั้น จะมีตั้งแต่ 1/10,1/20,1/30 เป็นต้น สำหรับความแตกต่างของมอเตอร์เกียร์นั้น จะแตกต่างกันที่รูปแบบของเฟือง ถึงแม้ว่ามอเตอร์เกียร์จะมีกำลังงเท่ากันก็ตาม แต่ลักษณะของเฟืองที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลกับการใช้งานด้วย โดยการ ขายเกียร์ทดรอบ จะแบ่งลักษณะของงเฟืองออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน

ก่อนการเลือกซื้อมอเตอร์เกียร์จากร้าน ขายเกียร์ทดรอบ นอกจากเราจะดูกำลังงส่งของมอเตอร์เกียร์แล้ว ลักษณะของงมอเตอร์เกียร์ และชนิดของเฟืองเกียร์ ก็เป็นอีกสิ่งงหนึ่งที่เราจะต้องดูประกอบด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เราต้องใช้ มีดังนี้

-เฟืองชนิดตรง หรือเฟืองที่ขนานกับเพลา เป็นชนิดเฟืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในบรรดาลักษณะเฟืองทั้งหมด เพราะเป็นเฟืองที่มีราคาถูก และมีกำลังสูญเสียน้อย ทำให้ได้กำลังที่สูงกว่า และมีความแข็งแรง มอเตอร์เกียร์ชนิดเฟืองตรง จึงได้รับความนิยม สำหรับภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด แต่ก็มีข้อเสียคือในเรี่องของเสียงที่ดังมาก

-เฟืองแบบเฉียง เป็นเฟืองที่มมีลักษณะคล้ายกับเฟืองชนิดตรง แต่เฟืองไม่ได้ขนานกับเพลา เฟืองชนิดนี้มีข้อดีคือ ไม่เกิดเสียงดังเหมือนกับเฟืองแบบตรง สามารถที่จะติดตั้งได้ทุกแนว แต่ก็มีข้อเสียคือ มีกลำงัสูญเสียที่มากกว่าแบบเฟืองตรง

-เฟืองแบบดอกจอก เป็นเฟืองที่มีการผสมผสานระหว่างเฟืองตรง และเฟืองเฉียง จึงได้ความแข็งแรงที่มากกว่า และประสิทธิภาพกำลังในการส่งก็สูงขึ้น ไม่มีเสียงดังขณะที่ทำงาน แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการประกอบ เพราะมีลักษณะเฟืองที่ยุ่งยาก จึงประกอบยากกว่า

-เฟืองแบบตัวหนอน เป็นเฟืองที่ประกอบไปด้วยชุดเกียร์สองอย่างคือ เฟืองและล้อตัวหนอน สามารถที่จะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และเสียงรบกวนก็ไม่มี แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องของการสูญเสียพลังงาน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไหร่

-เฟืองแบบสะพาน เป็นเฟืองที่มีลักษณะคล้ายกับสะพาน และต้องใช้งานร่วมกับเฟืองแบบตรง สามารถที่จะเปลี่ยนทิศทางของการหมุนได้ จึงสามารถปรับเปลี่ยน ให้เหมาะกับลักษณะงานแต่ละแบบได้ง่าย  แต่ก็มีข้อเสียคือไม่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะเฟืองที่ร้าน ขายเกียร์ทดรอบ มีให้เราเลือกก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จะเห็นได้ชัดว่าเฟืองแต่ละชนิดนั้น จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ก็คงไม่มีมอเตอร์เกียร์แบบไหนที่ดีที่สุด วิธีการเลือกมอเตอร์สำหรับทดเกียร์ที่ดีที่สุด ก็คือการเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เราเอาไปใช้ เพราะลักษณะเฟืองแต่ละแบบ จะโดดเด่นในงานที่แตกต่างกัน

หากไม่สามารถที่จะเลือกลักษณะเฟือง ว่าแบบไหนที่เข้ากับงานของเรา ควรจะปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญ หรือมีความรู้เกี่ยวกับการ ขายเกียร์ทดรอบ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จะได้ไม่เกิดการผิดพลาด และต้องเลือกซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้ เป็นแปบรนด์ที่ได้รับความนิยม เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดความเสียหายได้ง่าย

โมดิฟายกระเป๋าผ้าด้วยสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ คุณเองก็ทำได้

             หากจะกล่าวถึงกระแสนิยมที่มาแรงในปัจจุบันหนึ่งในนั้นต้องมีเทรนด์รักษ์โลกอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ความตระหนักรู้ในการรักษาสภาพแวดล้อมกำลังเป็นกระแสนิยมที่มาแรงเหลือเกินในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าใครก็อยากมีส่วนร่วมทำให้ดวงดาวใบนี้เป็นที่อยู่อาศัยอันปลอดภัยเช่นในอดีตอีกครั้ง หนึ่งในวิธีช่วยโลกที่ง่ายที่สุดก็คือการไม่รับถุงพลาสติก ห้างร้านต่าง ๆ ในตอนนี้ก็เริ่มรณรงค์ให้ผู้บริโภคนำถุงผ้ามาใส่สินค้าแทน ถุงผ้าจึงกำลังจะกลายเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกคน และมีความเป็นไปได้ที่จะมาแทนกระเป๋าถือหรือกระเป๋าแบบอื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย แต่ทว่าถุงผ้ารักษ์โลกเหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกใจนัก ดังนั้นเราจึงควรโมดิฟายถุงผ้าที่มีอยู่ให้เจ๋งยิ่งกว่าเดิม เป็นการเพิ่มเติมอาวุธให้น้องถุงด้วยแนวคิดร่วมกับสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ดังต่อไปนี้

อุปกรณ์

             1.ถุงผ้า

             2.ผ้าผืนบาง ๆ

             3.ด้ายกับเข็ม

             4.ดินสอและสีเพ้นท์ผ้า

             5.ตัวหนีบ

             6.กระดาษแข็งหรือกระดาน

วิธีทำ

             1.ขั้นแรกนำถุงผ้ามาวางบนพื้นที่ราบเรียบ ถุงผ้าที่ว่านี้ทุกบ้านน่าจะมีกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะได้รับแจกมาหรือซื้อมาก็ใช้ได้เหมือนกัน จากนั้นนำกระดาษแข็งผิวเรียบหรือกระดานขนาดพอดีสอดเข้าไปในถุงผ้าแล้วใช้ตัวหนีบยึดรอบ ๆ ถุงผ้าให้ผิวตึง ลงมือใช้ดินสอร่างรูปที่อยากเพ้นท์ลงไป เมื่อได้เค้าโครงรูปที่ต้องการแล้วก็ใช้สีเพ้นท์ผ้าระบายให้สวยงามจากนั้นก็รอให้สีแห้ง

             2.นำผ้าที่เตรียมไว้มาวัดกับขนาดของถุงผ้า ผ้าที่ว่านี้อาจจะเป็นเสื้อผ้าเหลือใช้หรือผืนผ้าที่มีอยู่ก็ได้ เมื่อวัดได้ขนาดที่พอดีให้ตัดผ้าออกมาสองชิ้นขนาดเท่า ๆ กันแล้วเย็บให้เป็นถุงปากเปิดอีกใบ ผ้าชิ้นนี้เราจะนำมาทำเป็นตัวบุกระเป๋าชั้นในเพื่อให้ถุงผ้าแข็งแรงยิ่งขึ้นรวมทั้งแก้ปัญหาของถุงผ้าที่เวลาใส่ของเข้าไปแล้วทุกอย่างจะกองอยู่ที่ก้นถุง ทั้งถ่วงน้ำหนักและโคลงเคลงเมื่อมีแรงเหวี่ยง ดังนั้นเมื่อได้ตัวบุชั้นในแล้วก็นำผ้าที่เหลือมาตัดทำเป็นช่องขนาดเล็ก ๆ ไว้ใส่ของกระจุกกระจิกเช่น เครื่องเขียน โทรศัพท์มือถือ ลิปสติก เครื่องสำอาง ช้อนส้อมพกพา วิธีทำแบบง่าย ๆ ก็คือทำลักษณะคล้าย ๆ กระเป๋าตรงหน้าอกเสื้อหรือกระเป๋าหลังกางเกง จากนั้นจึงเย็บติดกับผ้าบุชั้นในที่เราทำไว้ในตอนต้น

             3.สอดผ้าบุชั้นในเข้าไปในถุงผ้า จัดแจงให้เข้ารูป ให้ตะเข็บของถุงผ้าชั้นนอกกับถุงผ้าชั้นในตรงกัน แล้วจัดการเย็บผ้าบุชั้นในติดกับถุงผ้าด้วยการเย็บรอบปากถุง เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการโมดิฟายถุงผ้าสุดเจ๋งกันแล้ว

หมายเหตุ นี่เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นในการประดิษฐ์สิ่งของ DIY เท่านั้น หากใครมีฝีมือในการทำสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้มากกว่านี้จะเพิ่มเติมออฟชั่นอื่น ๆ ตกแต่งเสริม หรือติดซิปตรงปากถุงเพื่อให้ถุงผ้ามีความปลอดภัยยิ่งขึ้นก็ถือเป็นการดี ส่วนการใช้ถุงผ้าในฤดูฝนแนะนำให้ผู้ใช้นำสเปรย์กันน้ำมาฉีดพ่นทั่วถุงผ้า ก็จะช่วยให้ถุงผ้าไม่เปียกไม่ก่อให้เกิดเชื้อราอีกด้วย

             แนวคิดสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้อย่างถุงผ้าที่เราแนะนำนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดขยะให้โลกแล้วยังเป็นการแก้ปัญหาในชีวิตด้วยตัวเอง เพราะลำพังจะรอให้เจอสินค้าที่ตอบโจทย์ในท้องตลาดอาจจะไม่ง่ายนัก ยกตัวอย่างกระเป๋าผ้าขนาดพอดีมีช่องใส่ของที่เหมาะกับชีวิตประจำวันของเรา แถมยังต้องมีลวดลายที่โดนใจ โจทย์เช่นนี้บางทีหาเป็นปี ๆ ก็อาจไม่เจอ ดังนั้นใช้ฝีมือ D.I.Y สร้างขึ้นมาด้วยตัวเองน่าจะเวิร์คกว่า เพราะนอกจากจะภูมิใจแล้วอยากตกแต่งหรือเพิ่มเติมอะไรลงไปก็ครีเอทได้อย่างเต็มที่ แถมไม่เป็นการสิ้นเปลืองเงินทองอีกต่างหาก

 ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน 10.10 สินค้าแบรนด์แท้ จัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมรับเงินคืนถึง 10% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/10-10 

วิธีการเลือกเสื้อผ้าเด็ก เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

เสื้อผ้าเด็ก

วัยเด็กหลังคลอดหรือเด็กที่ยังอยู่ในวัยทารก เป็นวัยที่เด็กมีผวหนังอ่อนโยน แพ้ง่ายและเสี่ยงต่อการโดนทำร้ายได้ หากมีอะไรมากระทบหรือ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ สำหรับเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงอายุดังกล่าว สิ่งหนึ่งที่มีผลกระทบกับเด็กมากที่สุดโดยตรงเลยก็คือ เสื้อผ้าสำหรับเด็ก ที่จะต้องมีการเลือกซื้อให้ดี ดูให้ละเอียด เพราะหากว่าเลือกซื้อเสื้อผ้าเด็ก ที่ไม่มีคุณภาพหรือปลอดภัยมากพอ ก็อาจจะเกิดอันตรายกับเด็กได้

ลองมาดูว่า ถ้าเราจะเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับเด็กนั้น เราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสม และปลอดภัยกับลูกน้อยของเรามากที่สุด โยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ ที่อาจจะยังไม่มีความรู้หรือว่าเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกซื้อเสื้อผ้ามากเท่าไหร่นัก

-เลือกให้เหมาะกับสภาพอากาศ เพราะอากาศบ้านเรามันเปลี่ยนแปลงบ่อย เด๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ซึ่งมันส่งผลทำให้เด็กเกิดอาการเจ็บป่วยได้ การเลือกเสื้อผ้าเด็ก ให้มีความเหมาะสมกับสภาพอากาศของแต่ละวัน เป็นความจำเป็นอย่างมาก เด็กจะได้มีสุขภาพและไม่ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน และมีเหงื่อออกเยอะ การเลือกเสื้อผ้าจะต้องเลือกที่เป็นผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี และเป็นผ้าท่มีสัมผัสนุ่มสบาย ไม่มีสารอะไรตกค้าง เพราะเวลาท่เหงื่อออก อาจจะทำให้เด็กเกิดอาการระคายเคือง หรือว่าเป็นผื่นได้

หรือถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว ก็ต้องมีอุปกรณ์สำหรับการป้องกันหนาวให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ ถุงเท้ หมอก และก็เสื้อกันหนาว เพื่อไม่ให้ลูน้อยเป็นหวัด หรือว่าเจ็บป่วยไม่สบาย

-ไม่มีของที่เป็นอันตราย เพราะเด็กวัยนี้มีอะไรมักจะเอาใส่ปาก หรือว่ากัดแทะอยู่เสมอ การเลือกเสื้อผ้าเด็ก จึงพยายามอย่าเลือกท่มัมีของที่อาจจะเป็นอันตรายกับเด็ก อย่างเช่นซิป หือว่าของแข็งต่างๆ ที่อาจจะเกิดการเกี่ยวกับผิวหนัง จนทำให้เกิดบาดแผลได้ ควรเลือกเป็นผ้าที่มีเฉพาะวัสดุที่นุ่มอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยเอง

-มีความยืดหยุ่นสูง เด็กวัยนี้กำลังซุกซน ชอบขยับพลิกร่างกายไปมาอยู่เสมอ เสื้อผ้าเด็ก จึงต้องเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง และทนทานสูงด้วย เพื่อให้ลูกน้อยสามารถขัยบตัวได้อย่างสบายไม่อึดอัด เวลาที่ต้องเล่นหรือทำกิจกรมต่างๆ ก็จะทำได้สะดวกมากขึ้น อย่างเช่นการเปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นต้น

-ไม่มีสารตกค้าง สิ่งที่สำคัญเวลาเลือกซื้อสินค้า หรือว่าเสื้อผ้าสำหรับเด็กก็คือ พยายามเลือกท่มันไม่มีสารเคมี หรือว่าสีตกค้าง ยิ่งเป็นเสื้อผ้า หากมีสีตกค้างเวลาที่ซัก หรือเวลาที่สวมใส่ ก็อาจจะทำให้ลูกน้อยเกิดอากรไม่สบายตัว เป็ผื่นคัน หรือเป็นโรคผิวหนังได้ ควรเลือกวัสดุที่นำมาทำเสื้อผ้า ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยของเราเอง

วิธีการเลือกซื้อ เสื้อผ้าเด็ก ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น จะเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณแม่ และเป็นการการันตีความปลอดภัยให้กับลูกน้อยด้วย ว่าจะไม่เกิดอันตรายหรือว่าผลกระทบใดๆ ขณะที่สวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น หากไม่มั่นใจว่าจะเลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างไร ให้เหมาะสมกับลูกน้อย ก็ควรจะต้องปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญ ในด้านนี้โดยตรง จะได้มั่นใจมากที่สุด

สิ่งที่ต้องระวัง เมื่อใช้โซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดีย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำคัญมาก ที่หลายคนแทบจะขาดไม่ได้ หากวันไหนไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดียพวกนี้ และที่ฮิตกันมากที่สุด ก็คงจะเป็น เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ยูทูบ เป็นต้น ที่ทั่วโลกนิยมเล่นกัน เพราะมันสามารถเป็นช่องทางในการหาข่าวสาร อัพเดตความรู้ สามารถพูดคุยกับเพื่อนได้ และแม่แต่ใช้หาเงิน ก็ได้เนกัน อยู่ที่ใครจะหาทางได้หรือไม่เท่านั้น นับว่าโซเชียลมีเดียพวกนี้ มีประโยชน์อย่างมาก กับมนุษย์โลก แต่ทุกสิ่งทุกกอย่าง เมื่อมันมีประโยชน์ได้ มันก็สามารถมีโทษได้เช่นกัน

เราลองมาดูกันหย่อยว่า โซเชียลมีเดีย มีอะไรบ้างที่เป็นอันตราย และเราต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อเข้ามาใช้งานกับโซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งที่เราต้องรู้ไว้ ไม่งั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของเราได้

-หลอกให้โอนเงิน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมากที่สุด ขากที่เราเห็นตามข่าวในโลกโซเชียลทุกวันนี้ ว่ามีการหลอกให้โอนเงินมากมาย จากพวกมิจฉาชีพต่างๆ โดยมักจะอ้างว่า มาจากบริษัทนู้นนี่ แล้วก็ให้เราจ่ายค่าอะไรต่างๆ ซึ่งคนไม่รู้ และไม่เช็ครายละเอียดให้ดี ก็มักจะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย หรือแม้แต่การสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์ ก็เช่นเดียวกัน บางครั้งก็หลอกให้เราโอนเงินเข้าไปให้ก่อน แล้วก็ไม่ได้สินค้ากลับมา เพียงแค่เอาสินค้ามาโฆษณาหลอกอย่างเดียวเท่านั้น

-ล้วงข้อมูลส่วนตัว สิ่งนี้ก็อันตรายเช่นเดียวกัน มิจฉาชีพมักจะมี วิธีการใหม่ๆ ในการหลอกให้คนหลงเชื่อและบางครั้งเราก็คาดไม่ถึงด้วย ว่ามันจะสามารถเอาข้อมูลของเราไปได้ อย่างเช่นหลอกให้เราถ่ายรูปพวกบัตรต่างๆ อย่างบัตรประชาชน บัตรเครดิต อะไรเป็นต้น แล้วก็เอาข้อมูลในบัตรของเราไปทำให้เกิดความเสียหาย อย่างที่เห็นก็คือ มีใบแจ้งหนี้ตามมาถึงบ้าน โดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่เคยไปทำอะไรสักอย่างเดียว แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องระวังให้มาก ไม่ควรจะโพสต์ หรือว่าถ่ายรูปอะไรก็ตาม ที่มันเป็นของสำคัญของเราลงโซเชียลมีเดีย เด็ดขาด เพราะอันตรายที่คาดไม่ถึง มาให้เห็นได้เสมอ

-อย่าให้รหัสผ่านกับใครทั้งนั้น ทุกรหัสผ่านของเราในโซเชียลมีเดีย เช่นเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ เราก็ไม่ควรจะให้รหัสผ่านเข้าระบบกับใครทั้งนั้น เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าเขาจะเอาไปทำอะไรบ้าง บางทีอาจจะไปโพสต์โจมตี หรือไปด่าว่าใครเสียหายมา โดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้ จะมารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่เราโดนจับซะแล้ว แบบนี้เป็นต้น ถือว่าอันตรายอย่างมาก

-ภัยจากร้านคอมพิวเตอร์สาธารณะ เมื่อเราไปใช้งานคอมพิวเตอร์ตามร้านต่างๆ เป็นสิ่งที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะบางครั้ง เราอาจจะเผลอลืมออกจะระบบ ทำให้คนที่มาเข้าใช้งานต่อ สามารถเข้าดูข้อมูลส่วนตัว เรื่องส่วนตัวของเราได้ อาจจะทำให้เราเกิดความเสียหายทีหลัง เมื่อเข้าไปใช้งานที่ร้านคอมพิวเตอร์สาธารณะ อย่าลืมออกจากระบบเด็ดขาด

ทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อเราใช้งานโซเชียลมีเดีย และเป็นสิง่ที่เราต้องระวังมากเป็นพิเศษ อย่าให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นกับเรา เพราะเรารู้ว่ามันจะเสียหายมากเท่าไหร่ บางครั้งก็อาจจะทำให้เรา ถึงกับหมดตัว หรือติดคุกเลยก็ได้

SEO มันมีประโยชน์อย่างไร

SEO

เป็นสิ่งที่เหล่าผู้พัฒนาเว็บไซต์ รู้จักกันเป็นอย่างดี และมันถือว่ามีผลอย่างมาก สำหรับเว็บไซต์ของเรา คนที่กำลังอยากจะทำเว็บไซต์ เรื่องของ SEO ถือว่าสำคัญมาก ที่เราจะต้อง มันมีผลกับเว็บไซต์ของเราอย่างมาก ที่จำช่วยทำให้เรา มีรายได้จากเว็บไซต์ คนที่เป็นมือใหม่ ต้องมาดูความหมายกันก่อน ว่า SEO นั้คืออะไร และจำเป็นมากแค่ไหนในเว็บไซต์ของเรา

SEO คือบทความที่ถูกเขียนขึ้น เพื่อใช้งานกับสื่อทางอินเตอร์เน็ต เพื่อที่ให้เกิดความสะดวกที่สุด ในการถูกค้นหาด้วยโปรแกรมการค้นหา ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการค้นหา ด้วยการประมวลผล ความเกี่ยวข้องจากคำค้นหา หรือที่เรียกว่าคีย์เวิร์ด ซึ่งในบทความประเภทนี้ จะมีการใส่คีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ สินค้าหรือบริการลงไปอย่างหวังผล

และเมื่อเกิดการค้นหาด้วยคำนั้นๆ ด้วย ข้อมูลที่ใส่คีย์เวิร์ดเอาไว้ ก็จะปรากฏให้เห็นก่อน เพราะเนื่องจากถูกโปรแกรมค้นหา จะช่วยให้สามารถค้นพบได้ง่ายกว่า และถูกประมวลผลว่าข้อมูลนี้เกี่ยวข้อง หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ บทความ SEO เป็นการเขียนบทความขึ้น เพื่อเจตนาให้ถูกค้นพบได้ง่าย และต้องการให้ข้อมูล จากเว็บไซต์นั้นๆ ให้ได้อยู่ในอันดับต้นๆ และเพื่อเพิ่มโอกาส ในการสร้างรายได้ ของผู้ประกอบการ ที่ทำการตลาด ผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งการใช้บทความแนวนี้ ภายในเว็บไซต์ที่ดีที่สุด คือการทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และยิ่งเราได้เพิ่มบทความที่มีคีย์เวิร์ด ซึ่งเห็นว่าเกี่ยวข้องกันมากเท่าไร มันก็เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ของเรา และนำไปประมวลผล เพื่อที่จะแสดงผล ในการค้นหามากขึ้นเท่านั้น ถ้ายิ่งบ่อยมากเท่าไร ก็จะยิ่งถูกมองว่าเกี่ยวข้องมากเท่านั้น มันก็จะเลื่อนอันดับของเว็บไซต์ ของเราขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง และโอกาสในการนำเสนอสินค้าของเราก็จะเพิ่มตามมาด้วย

ส่วนการใช้บทความ ที่เกี่ยวกับการเชื่อมโยงจากภายนอก ก็คือการนำบทความ SEO ของเรา ไปเผยแพร่ตามเว็บไซต์อื่นๆ และใส่ลิงค์เชื่อมโยงกลับเข้ามา ซึ่งการนำลิงค์ของเว็บไซต์ ไปแปะก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่มันก็ยังไม่ดีเท่ายกไปทั้งบทความ เพราะเนื่องจากโปรแกรมการค้นหา จะมองว่าเว็บไซต์ของเรา เป็นต้น ทางที่มาของเนื้อหา จะส่งผลให้เว็บไซต์ของเรา ได้รับความสนใจ จากโปรแกรมค้นหามากยิ่งขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม การจะใช้บทความ SEO ในเว็บไซต์ ก็จะต้องทำให้เกิดเงื่อนไข 2 ประการก่อนคือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหา ภายในเว็บไซต์ที่สอดคล้องกัน โดยมีการวางคีย์เวิร์ดสำคัญเอาไว้ และอย่างที่สองก็คือ การเลือกใช้คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ด ในลักษณะที่เป็นกลุ่มคำ ไม่เน้นย้ำใส่คำโดดๆ คำเดียว ในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะถูกมองว่า เป็นเนื้อหาที่ไม่มีความหมาย และเป็นเพียงที่เป็นการย้ำคีย์เวิร์ดเท่านั้น

ดังนั้นการเขียนบทความ SEO จึงต้องใช้ความตั้งใจ ในการวางคีย์เวิร์ด ให้สอดคล้องกันอย่างแนบเนียน และดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่เช่นนั้นแทนที่จะได้ผลดี อาจจะเกิดผลเสียแทนก็เป็นได้ หรือถ้าหากว่ายังไม่แน่ใจ หรือว่ายังไม่เกิดความชำนาญ ก็ให้ลองหาผู้ที่เชียวชาญ ที่รับเขียนบทความ SEO มาจัดการให้ ก็อาจจะได้ผลดีกว่า และไม่เสียเวลาในการสร้างเนื้อหา ที่ต้องใส่คีย์เวิร์ดอย่างลงตัวให้วุ่นวาย

Secure Zone บนโลกไอทีอยากอยู่โซนนี้ต้องทำอย่างไร

ไอที

หลายคนคงเคยประสบปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยไอทีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว จากการโจมตีของมัลแวร์สายพันธุ์แปลกใหม่ ไปจนถึงการที่ข้อมูลส่วนตัวของเรา ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้ามากขึ้น ผ่านการตลาดออนไลน์ แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคล

โดยที่ผู้ก่อตั้งเหล่านี้ หรือที่เรียกกันว่าแฮกเกอร์ ที่ได้พัฒนาทั้งด้านฝีมือ และเครื่องมือให้มีความซับซ้อน และทำการดักจับได้ยากขึ้น สำหรับพวกเราผู้ใช้งาน ย่อมจะเป็นการดีกว่าแน่นอน ถ้าได้เตรียมพร้อมรับมือ กับสิ่งที่ไม่คาดฝันเหล่านี้ วันนี้เราก็มีวิธีง่ายๆ ที่ควรทำเพื่อนำตัวเองไปอยู่ในโซนที่ปลอดภัยด้านไอที

อย่างแรกเลยคืออย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป การใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ เราย่อมไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จะมาหวังดีแต่ประสงค์ร้ายหรือเปล่า ข้อมูลของเราอาจถูกแชร์ไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้ การกำหนดกรอบการเปิดเผย ข้อมูลส่วนตัวล่วงหน้าถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น บางทีการแชร์ภาพหรือการโพสต์ข้อความอะไรก็ตาม ต้องเตือนตัวเองเสมอ ว่าผู้อื่นได้ล่วงรู้ข้อมูลส่วนตัวของเราเกินสมควรไปหรือเปล่า

ในกรณีเดียวกันเมื่อแอฟตัวใหม่ที่เรายังไม่ค่อยคุ้น บางตัวขอสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเรา เกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ เราก็ไม่ควรให้สิทธิ์ เช่น ขอบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้ หรือเข้าถึงข้อมูลชื่อ เบอร์โทร รวมไปถึงการแชทออนไลน์ ที่ควรกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน และไม่ควรแชร์ความเห็นแบบแรงๆ ประเภทที่อาจทำร้ายความรู้สึกของใครบางคน ซึ่งก็จะเป็นการสร้างศัตรูโดยที่ไม่จำเป็น

อย่าทิ้งประวัติการใช้งานออนไลน์ไว้ รู้หรือไม่ว่าการกรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสาร หรือพวกกดรับ Notifications จากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย นั่นหมายถึงการตกเป็นเหยื่อ ของอัลกอรึทึมที่ชาญฉลาดของเว็บไซต์ของ Brands ต่างๆ ซึ่งพวกนี้จะมีการประมวลผล รูปแบบในการแสดงเนื้อหาให้พวกเราเห็นแตกต่างกันไป ตามความสนใจของแต่ละบุคคล ผู้ให้บริการเหล่านี้จะรู้จักเราได้ จากการติดตามการใช้งานผ่าน Browser ที่เราใช้งานนั่นเอง

โดยที่ผ่าน Cookie ซึ่งก็คือ ข้อมูลขนาดเล็กซึ่งถูกเก็บไว้ในเครื่องของเรา เช่น ข้อมูลการเข้าถึงเว็บไซต์ หรือจะเป็นข้อมูลส่วนตัวของเรา หรืออาจจะมีโปรแกรมจำพวก Spywaer แอบเข้ามาเก็บข้อมูลของเราไปด้วย ถ้าเป็นไปได้เราขอแนะนำให้ล้าง Cookie ทุกครั้งหลังใช้งานหรือสั่ง Disable Cookie โดยถาวรไปเลย

การจัดการรหัสผ่าน ในการตั้งค่ารหัสผ่านให้ซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม อาจจะไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกวันนี้หลายคนที่ตกเป็นเหยื่อแฮกเกอร์ ก็มาจากการใช้รหัสผ่านชุดเดียวกันในหลายๆ บัญชี ซ้ำร้ายชีวิตทั้งชีวิต อาจจะตกอยู่ในมือของแฮกเกอร์เรียกค่าไถ่ หากคนๆ นั้นได้ใช้รหัสผ่านชุดเดียวกันหมดในทุกบัญชี นักวิจัยกำลังสาละวน อยู่กับการออกแบบระบบการแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบ

เมื่อหนึ่งในรหัสผ่านที่ใช้ซ้ำเหล่านี้มีการรั่วไหล แต่ก็จะเป็นการปลอดภัยกว่า หากได้เลือกใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับบัญชีที่มีความสำคัญทางด้านการเงิน และทุกวันนี้ผู้ใช้งานมีทางเลือกใช้ซอฟต์แวร์ มาจัดการกับรหัสผ่าน แม้จะไม่ปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังดีกว่าการใช้รหัสผ่านแบบเดิมๆ ที่ไม่เคยได้เปลี่ยนเลย